Powered By Blogger

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กิจกรรมวันพ่อ


เมื่อวันพ่อเวียนมาถึง อีกครั้งหนึ่ง
ลูกระลึกถึงพระคุณพ่อ นั้นนักหนา
พระคุณพ่อควรเทิดทูน และบูชา
อยากบอกว่า ลูกรักพ่อ มิเสื่อมคลาย



ขอขอบคุณ http://www.dmc.tv/pages/scoop/

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กระทงรีไซเคิล
ที่บ้านลานดอกไม้ อำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร มีแหล่งการทำกระทงจากเปลือกข้าวโพดหลายครอบครัว นางละม่อม พัดวี ภูมิปัญญา ผู้ผลิตงานประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุผลในการที่หมู่บ้านมาทำกระทง



  เบื้องต้นได้คิดดัดแปลง ใช้เปลือกข้าวโพด แทนใบตองกล้วยเพราะเห็นว่าหลังจากที่ชาวบ้าน เก็บฝักข้าวโพดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เปลือกข้าวโพดก็จะถูกทิ้ง หรือเผาไป โดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งยังทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย เปลือกเป็นวัสดุเหลือใช้ จากธรรมชาติ ที่มีมากมายในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง เนื่องจากทุกหมู่บ้าน 

ว่าประกอบอาชีพ ปลูกข้าวโพดขาย จึงคิดที่จะนำเปลือกข้าวโพด มาใช้ให้เกิดประโยชน์ จะเห็นได้ว่าวัสดุที่ใช้ทำกระทงได้มาจากในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะเป็นเปลือกข้าวโพด และเปลือกมะพร้าว เป็นการนำวัตถุดิบที่เหลือใช้หรือไม่ได้ใช้แล้วมาทำให้เกิดรายได้ แต่เดิมเปลือก ข้าวโพด หรือเปลือกข้าวโพดที่ไม่ได้ใช้แล้วจะทำลายโดยวิธีเผาอย่างเดียว เป็นการใช้เศษวัสดุทางธรรมชาติที่เหลือใช้ได้อย่างคุ้มค่า และทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในชุมชน 

ที่มา : http://www.m-culture.in.th/moc_new/album/17897
DIY งานประดิษฐ์จากกระดาษนิตยสาร กระดาษหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเห็นได้ทั่วไป  ส่วนใหญ่จะถูกวางทิ้งไว้ไม่มีประโยชน์ ครั้งนี้เป็นการรวบรวมผลงานการสร้างแฟชั่น DIY งานประดิษฐ์ชุดเดรสจากเศษกระดาษที่ดูจะไม่มีประโญชน์ นำกลับมาสร้างสรรค์ผลงาน ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ดีเกี่ยวกับการนำสิ่งของเหลือใช้อย่างเช่นกระดาษ ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ดูมีคุณค่ามากขึ้น แต่ละแบบแต่ละสไตล์ด็เก๋ไม่เบาใช้งานได้จริงๆ 


ไอเดียตัดชุดเดรส จากกระดาษหนังสือพิมพ์
อุปกรณ์
  • ชุดเดรสสีเรียบ(หรือชุดเดรสเฉพาะซับใน)
  • กระดาษหนังสือพิมพ์
  • เข็มกับด้าย
  • กาวร้อน
  • กรรไกร

วิธีทำ

  1. นำชุดซับในแบบเกาะอก สวมใส่หุ่น
  2. วาดแบบที่ต้องการตกแต่งลงบนกระดาษ
  3. ติดกระดาษหนังสือพิมพ์ ทำเป็นลวดลาย ตามแบบที่ออกแบบไว้ในกระดาษ ติดด้วยกาวร้อน
  4. ติดกระดาษให้หุ้มซับในที่เตรียมไว้
  5. เว้นช่วงติดกระดาษด้านหลังไว้รูดซิป
ไอเดียทำชุดเดรสจากกระดาษหนังสือพิมพ์ ชุดที่ตัดนี้ สามารถนำไปใส่ได้จริง ไม่ต้องกลัวหลุด และไม่ฉีกขาดโป๊แน่นอน เพราะมีชุดซับใน แอบอยู่ด้านในค่ะ


ที่มา : http://createmyfashion.blogspot.com/2013/12/DIY-Ideas-Dress-Fashion-of-paper..html

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

   การเรียนแม้เหนื่อยยาก ย่อมลำบากอย่าท้อแท้ สุดท้ายที่รอคอยคืออนาคตอันงดงาม
มีความพยายามอยู่ที่ไหน มีความสำเร็จอยู่ที่นั่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หรือ หว่านพืชเช่นไรย่อมได้ผลเช่นนั้น 


 ผิดพลาดไม่ได้แปลว่าล้มเหลว แต่เป็นหนทางที่ทำให้เราเจอสิ่งที่ถูกต้อง จง เปิดใจให้กว้าง มองการณ์ไกล วางแผนอนาคต มีความรับผิดชอบ แล้วเราจะ "ประสบความสำเร็จ"



วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557






วันนี้ อาจารย์ได้สอนให้แต่งรูป จาก www.photofunia.com
ต้องขอขอบคุณเจ้าของเว็บนี้ ที่ได้ให้เราใช้ฟรี อิอิ

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557


แท่ แดนนนนน!!!



รูป Timeline





รูปกรอบโปรไฟล์

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างนะคะ ถ้าอยากได้รูปแต่ง Timeline สวยๆ กรอบสวยๆ ก็สามารถเข้าไปแต่งกันได้ตามใจชอบเร้ยยยย!!

ขอขอบคุณ http://www.timelinecoverbanner.com/covers/lovely-cute-candy-Facebook-cover/ 


วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

               การปฏิบัติตนและพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา


        พุทธศาสนิกชน ควรปฏิบัติตนและเข้าร่วมพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ดังนี้


      1. ตอนเช้าทำบุญตักบาตรที่วัด รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา และเจริญจิตภาวนา
      2. ตอนค่ำประชาชรมาร่วมพิธีเวียนเทียนโดยมาพร้อมกันที่หน้าพระอุโบสถ  ในขณะที่เวียนเทียนให้ระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
                   นอกจากวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 6 วัน ดังกล่าวแล้วยังมีวันธรรมสวนะ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันพระ” เป็นวันขึ้น 8 ค่ำ แรม 8 ค่ำ วันขึ้น 15 ค่ำ แรม 15 ค่ำ หรือ 14 ค่ำ ของทุกเดือน เป็นวันที่ชาวพุทธมาบำเพ็ญกุศลให้กับตนเอง วันธรรมสวนะนี้มีมาแต่ครั้งพุทธกาล ซึ่งถือเป็นวันบำเพ็ญกุศลของชาวพุทธทั่วไป การปฏิบัติตนวันธรรมสวนะ หรือวันพระ คือ

      1. ชาวพุทธที่ไปทำบุญที่วัดในวันพระ คือ เมื่อถึงวันพระ ชาวพุทธก็ไปทำบุญที่วัด เตรียมอาหารคาว หวาน จัดใส่ปิ่นโต พร้อมนำดอกไม้ ธูป เทียนบูชาพระประธานที่วัด
      2. ชาวพุทธไปรักษาศีลอุโบสถ รักษาศีล 5 ศีล 8 จะค้างที่วัด ชาวพุทธจะไปรักษาศีลอุโบสถที่วัด นิยมสวมชุดสีขาว เพื่อระวังจิตใจของตนเองให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ เหมือนผ้าสีขาวที่ใส่หรือสวมชุดสุภาพเรียบร้อย                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                    ที่มา : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/poonsak/budda/performance.html 
วันอาสาฬหบูชา 


          
          สำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน คงทราบกันดีกว่า ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี จะตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกหนึ่งวัน นั่นคือ "วันอาสาฬหบูชา" ซึ่งในปี 2557 นี้ วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม (ขึ้น 15 คํ่า เดือน 8) แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบความเป็นมาเกี่ยวกับวันอาสาฬหบูชาเท่าใดนัก ดังนั้นวันนี้เรามีประวัติวันอาสาฬหบูชามาฝากกันค่ะ

          ทั้งนี้ คำว่า "อาสาฬหบูชา" สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ อา-สาน-หะ-บู-ชา หรือ อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา ซึ่งจะประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ อาสาฬห ที่แปลว่า เดือน 8 ทางจันทรคติ กับคำว่า บูชา ที่แปลว่า การบูชา เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน 8 หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน 8

          วันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน   โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จน พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี

          ทั้งนี้ พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เรียกว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร"แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม ซึ่งหลังจากปฐมเทศนา หรือเทศนากัณฑ์แรกที่พระองค์ทรงแสดงจบลง พระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าก็ได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"พระโกณฑัญญะจึงได้เป็น พระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา ต่อมา พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม และได้อุปสมบทตามลำดับ


          สำหรับใจความสำคัญของการปฐมเทศนา มีหลักธรรมสำคัญ 2 ประการ คือ 
     1. มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ

           การหมกมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่าเป็นการหลงเพลิดเพลินหมกมุ่นในกามสุข หรือกามสุขัลลิกานุโยค 

           การสร้างความลำบากแก่ตน ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค 

          ดังนั้น เพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ 8 ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ 8 ได้แก่       
            1. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง 

            2. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม 

            3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต 

            4. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต 

            5. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต 

            6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี 

            7. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด 

            8. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน 

     2. อริยสัจ 4 แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่
    
           1. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้องยอมรับรู้ กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด  
    
           2. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นๆ  
    
           3. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา  

           4. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห่งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ 8 ประการดังกล่าวข้างต้น 


กิจกรรมวันอาสาฬหบูชา 

           พิธีกรรมโดยทั่วไปที่นิยมกระทำในวันนี้ คือ การทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา และสวดมนต์ ในตอนค่ำก็จะมีการเวียนเทียนที่เป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยเรา
 ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรเข้าวัด เพื่อน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อีกทั้งยังเป็นการช่วยชะล้างจิตใจให้ปลอดโปร่งผ่องใส จะได้มีร่างกายและจิตใจที่พร้อมสำหรับการดำเนินชีวิตในยุคที่ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นอย่างนี้...

ที่มาhttp://hilight.kapook.com/view/26024

วันเข้าพรรษา

ต ร ง กั บ วั น แ ร ม ๑ ค่ำ เ ดื อ น ๘
         "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม ค่ำ เดือน ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
      โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา..
          การที่พระภิกษุสงฆ์ท่านโปรดสัตว์อยู่ประจำเป็นที่เช่นนี้ เป็นการดีสำหรับสาธุชนหลายประการ กล่าวคือ ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระพุทธบัญญัติก็นิยมบวชพระ ส่วนผู้ที่อายุยังไม่ครบบวชผู้ปกครองก็นำไปฝากพระ โดยบวชเป็นเณรบ้าง ถวายเป็นลูกศิษย์รับใช้ท่านบ้าง ท่านก็สั่งสอนธรรม และความรู้ให้ และโดยทั่วไป พุทธศาสนิกชนนิยมตักบาตรหรือไปทำบุญที่วัด นับว่าเป็นประโยชน์
          การปฏิบัติตน ในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวัน พุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณร ที่ตนเคารพนับถือ ที่สำคัญคือ มีประเพณีหล่อเทียนขนาดใหญ่เพื่อให้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์อยู่ได้ตลอด เดือน มีการประกวดเทียนพรรษา โดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ
             แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ ทำบุญรักษาศีลและชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ พอถึง วันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้น อบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น อนึ่ง บิดามารดามักจะจัดพิธีอุปสมบทให้บุตรหลาน ของตนโดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จำพรรษาในระหว่างนี้จะได้รับ อานิสงส์อย่างสูง
                ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา เป็นประเพณีที่กระทำกันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พระภิกษุจะต้องอยู่ประจำวัดตลอด ๓ เดือนมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้มีอยู่เป็นประจำ ทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษานี้ พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าเย็นและในการนี้จะต้องมีธูป เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็น การกุศลทานอย่างหนึ่งเพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆ์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว ตามชนบท การหล่อเทียนเข้าพรรษาทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็จแล้ว ก็จะมีการแห่แหน รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ แล้วนำไปบูชาพระตลอดระยะเวลา ๓ เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่งมี การแห่แหนรอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงามและถือว่าเป็นงานประจำปีทีเดียว ในวันนั้นจะมีการร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นการร่วมกุศลกันในหมู่บ้านนั้น
กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา
๑. ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา
๒. ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิษุสามเณร
๓. ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล
๔. อธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ

ที่มาhttp://www.chongmaingam.com/news/48143.html

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เรียนรู้การใช้โปรแกรมเบื้องต้น 


- พิมพ์แบบฝึกเพื่อความชำนาญ
- เพิ่มภาระงาน
- การใช้ปฏิทิน
- Task (สิ่งที่ต้องทำ)

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ฉันรักเมืองไทย





 ฉันรักเมืองไทย ล่ะมาอยู่เมืองไทยหลายปี ๆ ฉันรักเมืองไทย ล่ะมาอยู่เมืองไทย ล่ะก้อตั้งนานหลายปี
ประเทศไทยมีสถานที่เที่ยวมากมาย จริงนะเออ ^^